ข้อผิดพลาด: ตั้งราคาเดลิเวอรี่เท่ากับหน้าร้าน
ราคาหน้าร้านคำนวณจากต้นทุนวัตถุดิบและกำไรที่ต้องการอยู่แล้ว ส่วนเดลิเวอรี่มีค่าหักเพิ่มอีกชั้นคือค่า GP ซึ่งราคาหน้าร้านไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับ การใช้ราคาเดียวกันทั้งสองช่องทางหมายความว่ากำไรจากเดลิเวอรี่จะบางกว่ากำไรหน้าร้านพอดีเท่ากับเปอร์เซ็นต์ค่า GP
นี่คือสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ร้านรู้สึกว่าเดลิเวอรี่ขายดีแต่ไม่ได้กำไรจริง
วิธีคำนวณ
คำนวณย้อนจากตัวเลขสามตัวที่คุณรู้อยู่แล้ว คือต้นทุนวัตถุดิบต่อเมนู (รวมบรรจุภัณฑ์) กำไรที่ต้องการ และอัตราค่า GP จากแดชบอร์ดร้านค้าของคุณ
- ต้นทุนวัตถุดิบ (COGS): วัตถุดิบจริงบวกบรรจุภัณฑ์สำหรับหนึ่งเมนู
- กำไรที่ต้องการ: เปอร์เซ็นต์ของราคาสุดท้ายที่ต้องการให้เหลือเป็นกำไรหลังหัก COGS และค่า GP
- อัตราค่า GP: เปอร์เซ็นต์ที่แสดงในแอป GrabMerchant หรือ Wongnai Merchant
| อัตราค่า GP | ราคาเดลิเวอรี่ที่ต้องตั้ง |
|---|---|
| 15% | ฿90 |
| 22% | ฿105 |
| 30% | ฿129 |
วิธีตั้งราคาสี่ขั้นตอน
หา COGS
วัตถุดิบบวกบรรจุภัณฑ์
ตั้งกำไรเป้าหมาย
สิ่งที่ต้องการให้เหลือเป็นกำไร
เช็คค่า GP
จากแดชบอร์ดร้านค้า
คำนวณราคา
COGS ÷ (1 − กำไร − ค่า GP)
ให้เราช่วยตั้งราคาเมนูเดลิเวอรี่ของคุณ
สูตรและตัวอย่างการคำนวณ
ราคาเดลิเวอรี่ = COGS ÷ (1 − กำไรที่ต้องการ − อัตราค่า GP)
ตัวอย่าง: เมนูหนึ่งต้นทุน 45 บาท ต้องการกำไร 35% และค่า GP อยู่ที่ 22% ราคาเดลิเวอรี่ = 45 ÷ (1 − 0.35 − 0.22) = 45 ÷ 0.43 ≈ 105 บาท ที่ราคานี้ หลังหักค่า GP และต้นทุนวัตถุดิบ จะเหลือกำไรประมาณ 35% ตามเป้าที่ตั้งไว้
ถ้าราคานี้ดูสูงเกินไปเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทางเลือกที่ตรงไปตรงมาคือยอมรับกำไรที่บางลงในเมนูนั้น หาทางลดต้นทุนวัตถุดิบ หรือพึ่งเมนูที่มีกำไรสูงกว่าตัวอื่นในร้าน แทนการยอมขาดทุนเงียบ ๆ
ราคาเฉพาะเดลิเวอรี่ กับ ราคาทั้งเมนู
บางร้านตั้งราคาเดลิเวอรี่แยกเป็นลิสต์เฉพาะ แทนการปรับราคาหน้าร้านทุกเมนู วิธีนี้ทำได้ ตราบใดที่ลิสต์เดลิเวอรี่นั้นคำนวณจากค่า GP จริง ไม่ใช่แค่ตั้งสูงขึ้นเล็กน้อยตามความรู้สึก